"หนุ่ม" ปัดเป็นต้นตอแฉ"ฟิล์ม"ทำ"แอนนี่" ท้อง พร้อมยันไม่ใช่พ่อ"น้องทีฆายุ"

0 ความคิดเห็น

"หนุ่ม" ปัดเป็นต้นตอแฉ"ฟิล์ม"ทำ"แอนนี่" ท้อง พร้อมยันไม่ใช่พ่อ"น้องทีฆายุ"





"หนุ่ม" ออกโรงปฏิเสธเอาเรื่อง “ฟิล์ม” มีลูกกับ “แอนนี่” ออกมาแฉ แจงทราบข่าวจากทวิตเตอร์เลยมาสอบถาม “มดดำ” ยันไม่รู้เรื่องทั้งคู่กิ๊กกันในกองถ่าย พร้อมปัดมีสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับฝ่ายหญิง หลังถูกตั้งข้อสังเกตอาจเป็นพ่อของ “น้องทีฆายุ” วอนเลิกเมาท์เพราะทำ “แอนนี่” เสียหายถูกมองไม่ดี เผยดาราสาวเข้มแข็งขึ้นแล้ว ทั้งยังแนะนักร้องหนุ่มให้ใจเย็นๆ คิดหาทางออก เชื่อได้กลับคืนวงการ



อยู่ดีๆ นักแสดง-พิธีกรหนุ่ม "หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย" ก็มีงานเข้า หลังโดนข้อครหาว่า เป็นต้นตอปล่อยข่าวกรณีนักร้องหนุ่ม "ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์" ทำนักแสดงสาว "แอนนี่ บรู๊ค" ท้อง จนคลอดลูกชาย "น้องทีฆายุ" ออกมา โดยหลังจากเจ้าตัวทราบเรื่องเลยไปบอกดีเจจอมแฉ “มดดำ คชาภา ตันเจริญ” ให้ป่าวประกาศจนออกมาเป็นข่าวดังขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ซึ่งเรื่องนี้ “หนุ่ม กรรชัย” ได้ขอออกมาเคลียร์ตัวเอง แจงว่าตนทราบข่าวจากทางทวิตเตอร์เลยโทรไปสอบถาม “มดดำ” เท่านั้น



"ส่วนตัวผมก็สนิทกับฟิล์มประมาณหนึ่ง ก็รู้จักกันในกองด้วย และก็รู้จักกันมานานมากแล้ว แต่ที่บอกว่าผมแฉไม่จริงครับ ไม่ได้แฉแต่ผมเห็นข่าวในทวิตเตอร์ว่า มีนักร้องอักษรย่อ ฟ ไปทำนักแสดงในละครเรื่อง ปีศาจแสนกล ท้อง คือแค่นั้นเองที่ได้อ่าน อ่านเสร็จเลยโทรไปหามดดำ บอกมดดำจริงหรือเปล่าแค่นั้นเอง ถ้าบอกว่านั่นเป็นสาเหตุที่ผมเอาไปเล่าให้มดดำฟังแล้วเอาออกมาแฉคงไม่ใช่ครับ คงไม่ถึงขนาดนั้น"



"คือในทวิตเตอร์มีกระแสข่าวส่งมา ผมก็จะอ่านตลอดอยู่แล้วว่ามีอะไรบ้าง ผมปฏิเสธโดยสิ้นเชิงได้เรื่องที่จะออกมาแฉอะไร เพราะมันเป็นเรื่องของคนสองคนผมไม่เกี่ยวอยู่แล้วครับ ซึ่งในกองละครผมไม่ทราบจริงๆ ว่าเขาจะอะไรกัน เพราะตัวผมจะมีโลกส่วนตัวสูง ผมจะอยู่บนรถตู้อย่างเดียว ไม่ค่อยจะออกมาสุงสิง แต่ว่าพอมีคิวถ่ายลงมา ก็จะมาเล่นสนุกสนานกันบ้าง แต่พอถึงช่วงพักไม่มีผมต้องเข้าฉาก ผมก็จะไปนอนบนรถตู้"



ไม่เพียงเท่านี้ "หนุ่ม กรรชัย" ยังโดนลากไปเอี่ยว ถูกสงสัยเป็นพ่อของลูกชาย “แอนนี่” เนื่องจาก “น้องทีฆายุ” มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงพิธีกรหนุ่มเช่นกัน



"กับประเด็นนี้ผมขอเรียนตรงๆ เลยว่า มีหลายคนมาถามผมแบบนี้ ซึ่งผมก็คงต้องบอกว่าอย่าถามคำถามนี้กับผมเลย เพราะการถามคำถามนี้มันเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติน้องเขา และผมกล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า ผมไม่เคยมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับแอนนี่ล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นไม่ใช่อยู่แล้ว น้องทีฆายุไม่ใช่ทายาทผมแน่นอน และไม่อยากให้ใครมาถามอะไรแบบนี้ เพราะเดี๋ยวมันจะกลายเป็นว่าผู้หญิงไม่ดีหรือเปล่า ซึ่งมันไม่ดีครับ และมันก็ไม่จริงเลย ผมดูแล้วน้องไม่เห็นหน้าเหมือนผมเลย ไม่เหมือนหรอกจะเหมือนได้ยังไง ไม่เหมือนไม่เหมือน ถึงบอกไงมีคนส่งเสื้อมาให้ชอบมากเลยเขียนว่า อะไรๆก็กู แต่ผมก็ชอบนะเด็กน่ารักดี จริงๆ ผมก็อยากมี"



"ถามว่าเครียดไหมโดนข่าวแบบนี้ ก็มีคนส่งเสื้อมาให้ตัวหนึ่งสกรีนมาให้โดยบอกว่า อะไรๆ ก็กู ผมไม่เครียดหรอกครับก็เข้าใจ เพราะกระแสข่าวก็น่าจะติดไปด้วยอยู่แล้ว หนึ่งคือผมเล่นละครเรื่องนั้นด้วย อีกอย่างคือผมก็มีประวัติที่ไม่ค่อยดีนัก คือไม่ค่อยดีเลย เรียกว่าเป็นสีดำเกี่ยวกับเรื่องผู้หญิง ก็เป็นสิทธิ์ที่หลายๆ คนจะมอง แต่จะบอกว่าไม่ใช่ผม ผมไม่เคยมีอะไรกับน้องเขา ไม่เคยคบกันแบบชู้สาว คือเขาเหมือนเป็นน้องคนหนึ่ง ส่วนฟิล์มก็เป็นน้องคนหนึ่ง"



"เรื่องนี้ส่งผลถึงเราไหม ไม่ส่งผลหรอกครับ เพราะผมเชื่อว่าประชาชนก็คงจะเข้าใจอยู่แล้วว่า อะไรมันคืออะไร มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว และตัวคุณเมย์ (เฟื่องอารมย์) ก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่เขาก็บอกว่าจริงๆ แล้วไม่น่าจะมีข่าวแบบนี้ สงสารผู้หญิง มันกลายเป็นว่าอยู่ดีๆ ทำไมถึงเบี่ยงประเด็นแบบนี้ไปได้ ซึ่งจริงๆ มันไม่ถูกเรื่องครับ"



งดแสดงความคิดเห็นการตรวจดีเอ็นเอเป็นทางออกที่ดีที่สุด บอกเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน



"คือถ้าถามผมแบบนี้ก็ไม่รู้จะตอบยังไงนะ ถ้ามองในมุมของผู้ใหญ่ทางฝ่ายคุณฟิล์ม หรือความสบายใจของประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ ผมว่าน่าจะมีการตรวจ แต่ถ้ามองในมุมของน้องแอนนี่ ผมก็มองว่าเขาอาจจะเป็นผู้หญิง และอยู่ดีๆ การที่จะมานั่งตรวจดีเอ็นเอ อาจจะเป็นประเด็นที่ว่า ตัวเขาเองก็ต้องออกมายอมรับว่า อ๋อ....ฉันเองก็ไม่ได้มีฟิล์มคนเดียวในช่วงนั้น เพราะฉะนั้นมันก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมเข้าใจคนทั้งสองคน ดังนั้นมันแล้วแต่มุมมองของคนที่จะมองมากกว่า"



"แต่ตอนนี้ผมว่าน่าจะเป็นห่วงที่ตัวเด็กมากกว่าครับ เขาก็น่าสงสาร แต่เรื่องตรวจดีเอ็นเอผมไม่กล้าพูดว่า จะให้แอนนี่มาตรวจขนาดนั้นหรอกครับ เพราะเขาอาจจะคิดลึกกว่าเราก็ได้ เขาเป็นผู้หญิงเรื่องความละเอียดอ่อนน่าจะมีมากกว่า ถ้าผมพูดมันคงจะไม่ดี ผมเชื่อว่าในเวลานี้ประชาชนที่ติดตามข่าวนี้ น่าจะเป็นผู้ตัดสินได้ดีกว่า สุดท้ายแล้วจะมีหรือไม่มีการตรวจ ประชาชนก็เป็นฝ่ายที่เรียกร้องหรือขอเองมากกว่า"



เผยทั้งคู่ไม่ได้มาปรึกษาอะไร แต่ได้แนะ “ฟิล์ม” ให้ใจเย็นๆ ค่อยคิดหาทางออก พร้อมบอก “แอนนี่” เข้มแข็งขึ้นแล้ว



"ถ้าถามว่าผมมีให้คำปรึกษาทั้งคู่ไหม ตัวผมคงไม่ถึงขนาดให้คำปรึกษานะครับ แต่ถ้าถามว่าให้กำลังใจไหม ก็ให้กำลังใจ เพราะว่าเขาก็เป็นน้องผมทั้งคู่ เป็นน้องที่น่ารักและก็ดีด้วย นี่ก็เพิ่งดูคุณฟิล์มแถลงข่าวไป ก็เป็นห่วงเขาเหมือนกัน สงสารเขาเหมือนกัน ผมไม่เคยเห็นคุณฟิล์ม......ขอโทษนะครับ ไม่เคยเห็นฟิล์มโทรมขนาดนี้มาก่อน เพราะธรรมดาแล้วเขาจะมากองถ่าย ไม่แต่งหน้ามาก็ไม่โทรม แต่วันนี้ผมเห็นแล้วตกใจมากว่า ฟิล์มขนาดนี้เลยเหรอ ก็เป็นห่วงเขาจริงๆ"



"กับแอนนี่ผมก็มีบีบีคุยกันบ้าง ก็รู้สึกว่าน้องเขาจะเข้มแข็งขึ้นแล้ว ก็เป็นกำลังใจให้เขาอยู่แล้ว ก็บอกว่าเป็นกำลังใจให้นะ กับฟิล์มผมก็มีคุยบ้าง ฟิล์มเขาก็เครียด ผมก็บอกว่าใจเย็นๆ ค่อยๆ คิดค่อยๆ หาทางออก หาวิธีว่าเราจะแก้ไขยังไงกันต่อไป แต่โดยส่วนตัวแล้วผมเข้าใจทั้งสองคนครับ"



พร้อมฝากบอกประชาชนที่เสพข่าว เรื่องยังไม่จบอย่าเพิ่งตีความหรือด่วนตัดสิน ทั้งยังให้กำลังใจ “ฟิล์ม-แอนนี่” เชื่อนักร้องหนุ่มจะได้กลับคืนสู่วงการ



"คือผมพูดฐานะที่เป็นกลาง คือเรื่องนี้ยังไม่ได้ถูกสรุปออกมา อย่าเพิ่งเอาไปตีความว่า สรุปแล้วต้องเป็นแบบนั้นต้องเป็นแบบนี้ เพราะว่าถ้าผลมันออกมาแล้วมันไม่เป็นอย่างที่คุณคิด คนที่เสียที่สุดไม่ใช่ตัวคุณ แต่เป็นคนที่คุณด่าเขาไปแล้ว คนไทยต้องมีความยุติธรรมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่เราจะมองอะไรมันต้องมองลึกๆ แล้วก็อดใจรอเหตุการณ์ที่มันจะเกิดขึ้นว่า ต่อไปมันจะเป็นยังไง อย่าเพิ่งไปตัดสินเขา มันต้องรอให้ถึงที่สุดก่อน ถึงจะได้รู้ว่าอะไรมันคืออะไร อย่าเพิ่งไปตีความกันเอง"



"และก็อยากจะฝากบอกทั้งสองคนว่า เป็นกำลังใจให้ทั้งฟิล์มและแอนนี่ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงก็เป็นน้องพี่ทั้งคู่แล้วกัน และพี่ก็เป็นกำลังใจให้ และเชื่อว่าเรื่องนี้ต้องผ่านไปได้ และพี่เชื่อว่าฟิล์มต้องกลับมา เพราะพี่ดูใครที่สุดท้ายแล้วว่ามันจะต้องอยู่ได้อีกนาน พี่ก็มั่นใจว่าฟิล์มต้องกลับมา ก็เป็นกำลังใจให้แล้วกันครับ ส่วนแอนนี่พี่ก็เชื่อว่าสุดท้ายแล้วคงจะมีสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตแอนนี่เหมือนกัน"


ที่มา : ผู้จัดการ

โพลเผยคนหนุนฟิล์ม-แอนนี่ตรวจDNA

0 ความคิดเห็น

โพลเผยคนหนุนฟิล์ม-แอนนี่ตรวจDNA





สวนดุสิตโพลเผยประชาชน หนุนฟิล์ม-แอนนี่ตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ความจริงยุติปัญหาเด็กลูกใคร ส่วนใหญ่ต่างรู้สึกเห็นใจสงสารคนทั้งคู่


สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 1,276 คน ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เมื่อระหว่างวันที่ 20-23 ก.ย.53 กรณีความสัมพันธ์ระหว่างนักร้องดัง ฟิล์ม รัฐภูมิ กับแอนนี่ บรู๊ค ดาราสาว ที่คลอดลูกชาย อายุกว่า3 เดือน โดยประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ74.75 สนับสนุนให้มีการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อของฟิล์ม และเป็นธรรมทั้ง2ฝ่าย และร้อยละ62.12 เห็นว่าการตรวจดีเอ็นเอ ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด


อย่างไรก็ตาม ประชาชนผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ55.17 รู้สึกสงสารและเห็นใจทั้งสองฝ่าย ขณะที่ร้อยละ24.89รู้สึกเห็นใจแอนนี่มากกว่า มีเพียงร้อยละ10.75 ที่เห็นใจฟิล์ม ซึ่งร้อยละ29.61 เรียกร้องให้ทั้งคู่ออกมาพูดความจริงเพื่อช่วยกันทางแก้ไข เนื่องจากร้อยละ69.16 ต่างไม่เชื่อการออกมาให้ข่าวของทั้ง2ฝ่าย


ทั้งนี้ ประชาชน ร้อยละ62.07 เห็นว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาสื่อมวลชน นำเสนอข่าวนี้มากเกินไป,ถึงสองคนนี้จะเป็นดาราแต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ขณะที่ ร้อยละ32.18 เห็นว่าสื่อนำเสนอข่าวเหมาะสมแล้ว เพราะถือว่าทั้งสองคนเป็นบุคคลสาธารณะ ที่เยาวชน หรือเด็กมักทำตาม และร้อยละ36.64 เห็นว่าสังคมได้รับบทเรียนจากเรื่องของฟิล์มกับแอนนี่ว่า หากทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบ คำนึงถึงผลที่จะตามมาว่าคุ้มกันหรือไม่.


ที่มา posttoday

ปล่อยโฮทั้งแม่-ลูก พิ้งกี้โดนถล่มแย่งเป๊ก

0 ความคิดเห็น

ปล่อยโฮทั้งแม่-ลูก พิ้งกี้โดนถล่มแย่งเป๊ก







พิ้งกี้” ปัดควง “เป๊ก” เที่ยวภูเก็ต วอนอย่าดึงเอี่ยวครอบครัว “ธัญญ่า” อีก เพราะไม่ได้ติดต่อฝ่ายชายแล้ว ปล่อยโฮหลังทราบถูกผู้จัดและดาราช่อง 3 รวมตัวแบน ด้านแม่นางเอกสาวสุดฉุน โวยวายป้องลูกไม่แย่งผัวใคร วอนทุกคนให้มาด่ามาแบนตนแทน เพราะเป็นคนเลี้ยงลูก เผยเบื้องหลังตนพยายามทำให้ “เป๊ก-ธัญญ่า” คืนดีกัน รับรัก “เป๊ก” เหมือนลูก และอีกฝ่ายมาปรึกษาตามง้อ “ธัญญ่า” แนะดาราสาวเป็นเมียเจ้าพ่อ ต้องอดทนกับข่าวเจ้าชู้ของสามี



ยังคงเป็นกระแสข่าวที่มีประเด็นให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีรักสามเส้าของครอบครัวดาราสาว “ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล” กับสามี “เป๊ก สัณชัย” ที่กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังฝ่ายชายยังไม่เลิกติดต่อนางเอกสาวตาคม “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” มีตาดีเห็นทั้งคู่ควงกันไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันบ่อยๆ แต่ที่ทำให้ศรีภรรยาอย่าง “ธัญญ่า” ทนไม่ไหว ต้องหอบลูกสาว “น้องลียา” บินหนีไปอยู่อเมริกา คือข่าว “เป๊ก” พยายามพาลูกเข้าไปตีซี้กับ “พิ้งกี้” ทั้งยังซื้อบ้านและรถให้นางเอกสาวใหม่



และถึงแม้ “ธัญญ่า” จะอยู่ไกลถึงอเมริกาแล้ว ก็ยังไม่วายมีข่าวลือออกมาอีกหลายระลอกว่า ดาราสาวเตรียมพึ่งกฎหมายของที่นั่นเพื่อฟ้องหย่าสามี ด้าน “เป๊ก” พอภรรยาไม่อยู่ก็ทำตัวเป็นหนูร่าเริง ล่าสุดมีคนเห็นยังจูง “พิ้งกี้” ไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกันอีก เมื่อผู้สื่อข่าวมีโอกาสเจอนางเอกตาคมขณะมาร่วมงานแถลงธุรกิจแฟรนไชนส์ โนแอล บาย พิ้งกี้ ที่บริษัทโนแอล กรุ๊ป ย่านลาดพร้าวช่วงเช้าที่ผ่านมา (24 ก.ย.) จึงได้สอบถามถึงประเด็นดังกล่าว “พิ้งกี้” ทำหน้าเซ็งก่อนบ่นที่เรื่องยังไม่จบ ยันไม่ได้ติดต่อฝ่ายชายเลย



“ยังไม่จบอีกเหรอคะ (หัวเราะ) เฮ้อ...เหนื่อยจังเลย จะให้พูดยังไงดีล่ะ คือตอนนี้ทุกอย่างให้พูดว่ากี้ก็ไม่ได้ติดต่อกับใครแล้ว ทุกอย่างที่ไปทุกวันนี้กี้ก็ไปกับครอบครัวของกี้ คุณแม่กับกี้แทบจะเรียกว่า ถ้าไปไหนแล้วไม่เห็นแม่ก็คงแปลก ทุกครั้งก็ไปก็ไม่เคยเห็นมีใครบอกว่าไปกับครอบครัวเลย ก็บอกว่ากี้ไปโผล่จังหวัดโน้นจังหวัดนี้ ก็ไม่รู้จะไป 4 ภาคเลยหรือเปล่า ไปเหนือ ใต้ ออก ตก ก็ไม่รู้จะพูดยังไง”



“กี้ก็ไม่ทราบที่ทางอินเทอร์เน็ตมีคนไปเจอแล้วเอามาโพสต์ไว้ แต่ทางอินเทอร์เน็ตจะโพสต์อะไรก็ได้ ใครอยากพิมพ์อะไรก็พิมพ์ได้ กี้ไปโพสต์ก็ได้ว่าเห็นใครอยู่ที่ไหน ฉะนั้นกี้ไม่มีแรงจะตอบ เพราะกี้พูดไปมากแล้วและคิดว่าเรื่องนี้มันต้องจบ แล้วกี้ไม่เกี่ยวข้องพัวพันกับครอบครัวใคร อย่าเอากี้ไปเกี่ยวอีกเลย กี้ก็ขอให้พอและกราบทุกคนขอให้หยุด เพราะกี้ก็ไม่ได้คุยไม่ได้เจอไม่ได้ติดต่อพี่เป๊กแล้ว”



เมื่อสอบถามว่าเสียความรู้สึกแค่ไหนที่เรื่องเป็นมือที่ 3 ไม่จบสักที นางเอกสาวตอบด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ และน้ำตาคลอเบ้าว่า



“อืม....พูดยังไงดี รู้สึกว่ากี้มีครอบครัวนะคะ การตัดสินใจของกี้มีครอบครัวคอยช่วยตัดสินใจ ไม่ต้องห่วงว่ากี้จะไปทำอะไรที่ไม่ดี กี้มีครอบครัว ญาติพี่น้อง มีตระกูล มีคนคอยให้คำปรึกษา เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่ากี้จะไปทำอะไรพละการ หรือทำอะไรไม่ดี ก็อยากให้ทุกคนให้กำลังใจกี้บ้าง (น้ำเสียงเริ่มสั่น)”



“ที่ทางอินเทอร์เน็ตด่ากี้แรงๆ ก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี (น้ำตาคลอ) แล้วที่มีข่าวว่าแฟนๆ จะแบนกี้ คือเราไม่สามารถไปห้ามความคิดใครได้ ก็เป็นความคิดอิสระที่อยากจะพิมพ์อะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่เข้าใจกี้ก็ไม่เป็นไร ก็พิมพ์เข้าไปได้ แต่ก็มีประชาชนหลายๆ ท่านทั่วประเทศเข้าใจกี้แค่นั้นก็พอ ก็ยังมีคนรักเราอยู่ ส่วนคนที่ไม่รักกี้ก็ไม่เป็นไรค่ะ”



“ส่วนทางผู้ใหญ่ที่ช่อง 3 ก็ไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องข่าว เขาเน้นงานอย่างเดียว เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรคาราคาซัง คืออยากให้พี่ๆ ที่เขียนคิดถึงผลกระทบ กี้ก็มีครอบครัว มีพี่น้อง”



พอเข้าประเด็นที่ว่า มีผู้จัดละครและนักแสดงทางช่อง 3 หลายคน ประกาศไม่อยากร่วมงานกับเธอรู้สึกเช่นไร ทันทีที่ได้ยินคำถาม “พิ้งกี้” ถึงกับน้ำตาไหลพราก รีบหันหลังเช็ดน้ำตาก่อนจะเดินไปหาแม่ที่นั่งรออยู่



ไม่นาน “พิ้งกี้” กับแม่ก็เดินออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอีกครั้ง โดยแม่ของนางเอกสาวมีอาการฉุนเฉียวอย่างเห็นได้ชัด และได้โวยวายพูดระบายความอัดอั้นที่มีอยู่ในใจแบบม้วนเดียวจบ ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือน้ำตาตกในอยู่ตลอดเวลาว่า



“บางคนก็บอกว่าทำไมแม่ไม่ออกมาแถลงข่าวว่าเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ แม่ตอบไปเยอะแล้วว่า มันไม่ได้มีอะไรกัน เขาเป็นครอบครัวของเขา แม่ก็อยากให้ทุกคนช่วยกันมาทำยังไงให้ครอบครัวนี้กลับมาคืนดีกันมากกว่า กับเป๊กแม่ก็พูดตรงๆ เป๊กก็รู้ว่าแม่เป็นคนยังไง (น้ำเสียงสั่นเครือ) แม่บอกเป๊กตลอดเวลาว่า ให้คิดกับกี้เหมือนน้อง แล้วเขาก็คิดตรงนั้นได้ว่านี่คือน้องเขา ถ้าพูดกันตามประสาชาวบ้านใครจะให้ลูกไปแย่งผัวชาวบ้านเขา เราพูดให้เขาคิดว่ามีลูกและน้องยังไปได้อีกไกล น้องยังมีความสามารถ แต่การพูดคุยกันมันมีหลายลักษณะ แม่ไม่อยากไปแก้ตัวว่าอย่างโน้นอย่างนี้ แม่ไม่อยากพูดมาก พูดมากก็เอาไปเขียนอย่างโน้นอย่างนี้”



“บางคนก็ด่าเรา ก็ว่าไปเถอะด่าไปเถอะ เล่นเน็ตด่าเราสารพัด จะแบนเราบ้างอะไรบ้าง แม่ถามว่าทำเพื่ออะไร เพื่อให้แม่ไม่มีอาชีพ ให้ลูกไม่มีอาชีพเหรอ ถ้าทำอย่างนั้นแม่ก็ต้องหาคนมาเลี้ยงถูกต้องไหม แล้วครอบครัวเขาเป็นยังไงก็ต้องแตก แม่อดทนมาเยอะ มีคนบอกให้แถลงข่าว เราก็เห็นนักข่าวทุกคนเหมือนลูกเหมือนหลาน เหมือนพี่เหมือนน้อง ใครจะมาฆ่าให้เราตาย มันไม่ได้อะไรกับสังคมขึ้นมาหรอก”



“อะไรมันไม่ได้ทำง่ายๆ ไม่ใช่ว่าเราจะไปแย่งสามีเขามาเพื่อให้แต่งงานกับลูกเรา มือตีนเรายังมีค่ะ ยังทำมาหากินได้ นี่เราคิดจะทำยังไงเพื่อให้ครอบครัวเขากลับมาคืนดี ทำยังไงให้ธัญญ่ากลับมาดีกับพี่เป๊ก ให้เข้าใจว่าอะไรคืออะไร เราทำตลอดเวลาถึงใครไม่รู้ก็ช่าง แต่อย่างน้อยคุณเป๊กก็รู้ว่าแม่เป็นคนยังไง ถามเขาสักคำสิว่าแม่เคยไหม (โวยวาย) บอกให้คุณไปหย่าแล้วมาแต่งกับลูกเรา ไม่เคยมีตรงนั้นเลย คำพูดสักคำก็ไม่เคยมี เขารู้ดีที่สุดว่าแม่เป็นคนยังไง แม่ก็อัดอั้น ทุกคนก็บีบๆๆ ตลอดเวลา เดี๋ยวเห็นเราที่นั่นที่นี่ ถามจริงๆ ถ้าเขาไปด้วยกัน เขาจะไปให้ใครเห็นไหม เขาไม่ให้ใครเห็นหรอก เขาอาจไปทำงานของเขา เราก็ไปของเรา และกี้ไปไหนก็ต้องมีแม่มีพี่น้องไปกันหมด”



วอนทุกคนอย่าด่าลูกให้มาด่าตนแทน ลั่นมีศีลธรรมอยู่ในสมองรู้อะไรควรไม่ควร พร้อมแนะ “ธัญญ่า” เป็นเมียเจ้าพ่อต้องอดทนกับข่าวความเจ้าชู้ของสามี



“เขาเจ็บแม่ก็เจ็บ แม่ขอโทษทุกคนด้วย (ร้องไห้) ขอโทษคนที่ฟังข่าว แม่อาจเลี้ยงลูกไม่ได้ดีทั้งหมด แต่ขอให้เข้าใจเถอะว่าแม่มีศีลธรรม ศีลธรรมอยู่ในสมองแม่ตลอดเวลาว่า อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ครอบครัวเราไม่เคยฟุ่มเฟือย แม่ถามลูกอยากได้อะไรไหม ลูกพูดตลอดเวลาว่าแม่เก็บตังค์ไว้เถอะ แม่มีสมบัติสักชิ้นก็มีคนไปเขียนว่า ทางนี้ซื้อรถให้ซื้อบ้านให้ แม่ทำงานมาปีนี้ปีที่ 16 แล้ว ทรัพย์สินที่แม่ทำไว้ให้ลูก เวลาแม่ตายไปเขาหมดอาชีพนักแสดง แม่สร้างไว้ให้เขา แม่ก็เห็นนักแสดงทุกคนพออายุมาก ถ้าเราไม่หาซื้อทรัพย์สินอะไรเอาไว้ มันจะมีอะไรติดตัวไปไหม ก็เป็นอุทาหรณ์ให้เราเห็น คนไม่รู้ว่าพิ้งกี้มีสมบัติอะไรหรอก แม่ต้องแจง แต่ถ้าไม่มีแม่แล้วเขาจะต้องสบาย”



“แล้วแม่ก็ขอบอกว่าเรื่องส่วนตัวก็เรื่องส่วนตัว ด่าแม่เถอะ...อย่าด่าเขา มาด่าแม่เพราะแม่อยู่กับเขา ทุกคนจะแบนอะไรมาแบนแม่ เพราะแม่เป็นคนเลี้ยงดูเขา บางคนไปบอกช่อง 3 ว่าให้ปัดเราออก คุณจะทำอย่างนี้เพื่ออะไร ทำไมคุณไม่เขียนหรือออกทางเน็ตว่า ธัญญ่าใจเย็นนะ ให้ดีกับพี่เป๊กเถอะ แต่ทุกคนด่าพิ้งกี้ พิ้งกี้ไปโน่นไปนี่เพื่อทำให้เขาแตกกัน มันไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก ทำไมไม่เขียนว่าให้เขาหันกลับมารักครอบครัว ต้องอย่างโน้นอย่างนี้ เป็นกำลังใจให้เขาสิ เขาจะได้เข้าใจว่าสามี-ภรรยามันต้องมีเรื่องแบบนี้ อาจจะวันหนึ่งข่าวพิ้งกี้หมดไป พี่เป๊กอาจจะมีข่าวไปกับสาวอื่น ธัญญ่าก็ต้องอดทนเพราะเป็นเมียเจ้าพ่อ เมียเจ้าพ่อต้องมีลักษณะแบบไหน ต้องอดทนข่าวจะต้องมาอีกเยอะ มันไม่ได้อยู่แค่ลูกเราแค่นี้หรอก”



“แม่ทนตลอดเวลาจนคิดว่าวันหนึ่งจะให้พิ้งกี้อำลาวงการแสดง ไปขายอะไรก็ได้ ทุกคนจะได้ไม่ต้องมาเขียนอะไรในทางเสียหายให้ลูกเรา พ่อพิ้งกี้ก็ไม่พูดอะไรสักคำ พ่อกับแม่นั่งกันอยู่ 2 โต๊ะ พ่อบอกว่าอย่าพูดเลยคุณ ถ้าพูดไปมันจะกระทบกระเทือนตระกูลเขา พ่อพูดกระทั่งว่าอย่าไปทำให้ตระกูลเขาเสีย (โวยวาย) แล้วคุณคิดว่าใครอดทนที่สุด”



บอกทุกคนควรหันมาให้กำลังใจ “เป๊ก-ธัญญ่า” ให้กลับมาเป็นครอบครัวกันอีกครั้ง ทั้งยังเผยฝ่ายชายได้มาปรึกษาตนเรื่องนี้เช่นกัน



“ขอให้ทุกคนเข้าใจว่าเรามีศีลธรรม และเราก็พอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร บอกว่าไปโน่นนี่ทำอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วมันเกิดขึ้นหรือยัง มันยังไม่ได้เกิด เรามาช่วยกันทำยังไงให้ครอบครัวเขากลับมาอยู่เหมือนเดิม ให้เขาดีเหมือนเดิมดีกว่า นั่นเป็นความสุขของทุกๆ คน รวมทั้งกี้กับแม่จะได้พ้นคำครหา แต่เรื่องครอบครัวมันก็ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ทุกคนต้องให้กำลังใจเขา อย่าไปเขียนให้เขาแตกกันแล้วมาบอกว่าเป็นพิ้งกี้ พิ้งกี้ก็ลูกเรา ต้องให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย มันเป็นชีวิตครอบครัวที่จะต้องแก้ไข เพื่อให้กลับมาสภาพเดิม แต่เรื่องทั้งหมดมันก็ต้องให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายด้วย เราก็พยายามถอยออกมา”



“คนอาจจะคิดว่าเป๊กมีนิสัยอย่างโน้นอย่างนี้ แต่จริงๆ เขาเหมือนกับลูกแม่คนหนึ่ง ใครจะคิดยังไงด่าว่ายังไงแม่ไม่ว่า แต่เขาเหมือนลูกแม่ เขาปรึกษาแม่ว่าทำยังไงกับเรื่องธัญญ่า แม่ก็บอกให้เป๊กค่อยๆ ง้อ เราก็ค่อยๆ สอนเขาทุกอย่าง เราไม่คุยเรื่องอื่น ตรงนี้ใครจะเข้าใจไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร แต่เราคุยกันแต่ว่าจะทำยังไงให้ครอบครัวเขากลับมาดีเหมือนเดิม จะให้แม่อธิบายยังไงก็ได้ว่าไม่มีอะไรหรอก”



“ต่อจากนี้อีก 3-4 ปีข้างหน้ากี้ยังต้องทำงานเลี้ยงดูครอบครัว ยังไม่สามารถไปเอาใครมาเป็นสามีได้ ดังนั้นสบายใจได้ ครอบครัวเขาเราก็อย่าไปเขียนอะไรให้เขาเข้าใจกันผิดไปใหญ่ เรื่องบ้านเรื่องรถธัญญ่ามาอ่านก็ต้องเสียใจ แล้วใครจะคืนดีสามีล่ะถ้าไม่จบสักที ก็ขอร้องตรงนี้ว่าให้มันจบๆ ได้แล้ว”

ที่มา ผู้จัดการ





ต่ายปัดมือที่สามฉกแนนจากน้ำยันไม่คิดจีบ

0 ความคิดเห็น

ต่ายปัดมือที่สามฉกแนนจากน้ำยันไม่คิดจีบ





"ต่าย" โต้เป็นมือที่สาม ฉก "แนน" จาก "น้ำ" ยันไม่คิดจีบ เผย ควงช็อปจตุจักร เหตุถ่ายละครใกล้ ยันหากเจอฝ่ายชาย ยินดีเคลียร์ ห่วง "แอนนี่ บรู๊ค" ชมคนดี


ตาดีมีคนเห็นพระเอกหนุ่ม "ต่าย ณัฐพล" ควงนักแสดงสาว "แนน ปิยะดา" ซึ่งเพิ่งมีข่าวเลิกรากับพระเอกหนุ่ม "น้ำ รพีภัทร" ช็อปปิ้งลั้นลาจตุจักรด้วยสีหน้าแช่มชื่น ไม่มีอาการของคนอกหักให้เห็น วันก่อนเจอหนุ่ม "ต่าย" ถามไถ่ว่า ควงสาว "แนน" จริงหรือไม่ เจ้าตัวยอมรับโดยดี


"ถ่ายละครด้วยกันครับ แล้วเป็นวันที่ถ่ายใกล้จตุจักร ถ่ายเสร็จก็ไปเดินด้วยกันครับ ไม่มีอะไร มีคนที่กองไปด้วยครับ" รู้มั้ยว่าเขาเลิกกับ "น้ำ" แล้ว "ก็เป็นห่วงเหมือนกันครับ กับน้ำก็รู้จักกัน ไม่ใช่มือที่สามครับ ไม่ได้จีบครับ แค่นี้ก็มึนหัวพอแล้วครับ ไม่อยากสร้างภาระให้คนอื่น จริงๆ กองนี้ค่อนข้างสนิทกันหมด" จะเคลียร์กันมั้ย "เขาก็แซวกันอยู่ในกองอยู่แล้วครับ ตั้งแต่มีข่าวลง ไม่มีอะไรจริงๆ ไปแค่สองครั้งเอง"


แนน มีปรึกษาเรื่องน้ำ มั้ย "ผมไม่รับปรึกษาปัญหาความรักใคร เพราะเราไม่มีความรักไง (ยิ้ม)" ได้ยินว่าสนิทกับน้ำด้วย "ก็รู้จักกัน" มีโทรมาคุยกันมั้ย "น้ำเขาคงรู้อ่ะ เขาก็เคยมาที่กองด้วย" เครียดกับข่าวมั้ย "ไม่ครับ อีกอย่างน้ำคงไม่เข้าใจผิด ถ้าเจอผมก็คงเข้าไปคุยอยู่แล้ว" มีสาวๆ หรือยัง "ไม่มีครับ มีแต่งาน ตอนนี้กำลังแฮปปี้อยู่กับเพื่อน"


เคยร่วมงานกับ "แอนนี่ บรู๊ค" ในละคร "คุณหนูฉันทนา" เป็นยังไงบ้าง "เขาน่ารัก ตลกอารมณ์ดี และไม่เคยเห็นเครียดเลย เป็นสีสันในกอง เป็นคนนิสัยดีมาก" พอรู้ข่าวรู้สึกยังไงบ้าง "ก็เป็นห่วงครับ ผมเชื่อทุกอย่างเขาต้องผ่านพ้นไปได้ครับ ผมรู้แต่ว่าเขาเป็นคนดี"


ที่มา : Innnews

"มดดำ"บอก"ฟิล์ม"เครียดจัด หลังเฮียฮ้อพักงานยาว บอกรับกรรมของตัวแล้ว

0 ความคิดเห็น

"มดดำ"บอก"ฟิล์ม"เครียดจัด หลังเฮียฮ้อพักงานยาว บอกรับกรรมของตัวแล้ว






เว็บไซต์ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า เมื่อ 20 ก.ย. ดีเจพิธีกรคนดัง มดดำ-คชาภา ตันเจริญ ให้สัมภาษณ์ที่แฟชั่นฮอลล์ สยามพารากอน หลังตกเป็นข่าวว่า เป็นคนปล่อยข่าวเรื่องฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ทำดาราสาวแอนนี่ บรู๊ค ท้อง ว่า



“คงไม่ได้เป็นคนปล่อยข่าวอะไร อย่างที่บอกมดดำเอาข่าวจากที่เขามีกระแส อยู่ และมีข่าวแบบนี้ออกมาตั้งนานแล้ว ถามว่ารู้เรื่องมาก่อนไหม ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย จนโทร.ไปเช็คกับพี่หนุ่ม-กรรชัย ว่าเรื่องราวเป็นยังไง พี่หนุ่มก็บอกว่ามีข่าวลงในทวิตเตอร์แล้ว ครั้งนี้รู้สึกซีเรียสมาก เพราะคิดว่าเป็นเรื่องชีวิตครอบครัว ซึ่งก่อนหน้านี้หลายคนโทร.ไปหาฟิล์ม ติดต่อไม่ได้ จนในที่สุดเมื่อวานได้คุยกับฟิล์มได้เมื่อวาน ถามว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง เขาก็บอกว่าไม่ไหวจริงๆ ตัวน้องเองก็เครียดมาก ”




มดดำกล่าวด้วยว่า “กับฟิล์มได้เคลียร์หมดแล้วยังถามว่าเป็นอะไรยังไง ก็ให้กำลังใจไปเยอะเหมือนกัน และได้บอกฟิล์มว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจไปทำเรื่องอะไรอย่างนั้น มันเป็นข่าว จะไม่ให้พี่พูดก็ไม่ใช่ บอกว่าเดี๋ยวก็ดีขึ้นเวลาที่ตกก็ตกสุดๆ อย่างนี้แหละ ถึงเวลาก็ดีขึ้น ถามว่าสรุปยังไงเขาก็บอกรอตรวจดีเอ็นเออย่างเดียว”




ถามว่า ทราบข่าวเรื่องที่อาร์เอสระงับงานฟิล์มหรือเปล่า มดดำกล่าวว่า “ทราบ รู้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เมื่อคืนฟิล์มโทร.มาหาตอน 4 ทุ่ม ทำไมเราไปฟังความฝ่ายเดียวหรือเปล่าทำไมไม่รอให้ฟิล์มกลับมาก่อนดีกว่าไหม เพราะตอนนี้เขาไม่ได้อยู่กทม.กลับไปบ้านที่สระบุรี”




“เท่าที่คุยกับฟิล์มเรื่องที่น้องเขา(แอนนี่) บอกว่าขับรถไปคลอดเองที่โรงพยาบาล แต่ที่ฟังคือคนที่พาไปคลอดคือผู้จัดการของฟิล์ม และคนที่พาไปฝากท้อง คือแม่ของฟิล์ม ซึ่งทำไมเราไม่รออีกสักแป๊บ เผื่อการกลับมาอีกครั้งจะมีหลักฐานอะไร ซึ่งเขาก็พูดตั้งแต่ต้นแล้วว่าถ้าเป็นลูกของเขาก็จะรับ ที่พูดแบบนี้ไม่ได้จะพูดปกป้อง แต่บางทีเราก็รู้สึกผิดที่พูดข่าวนี้ออกไป ซึ่งมันก็เป็นหน้าที่ แต่เท่าที่คุยเขาก็บอกว่าจะไม่พูดอะไรแล้ว เท่าที่รู้จักกับฟิล์มมารู้สึกว่าจะสลดสุดกับเรื่องนี้ พูดว่าตอนนี้ผมก็รับกรรมของผมแล้ว”




นักข่าวเปลี่ยนถามเรื่องข่าวลือ “กฤษณ์-มาช่า” เลิกกันแล้ว มดดำกล่าวว่า “จริงๆ เหรอ เห็นกฤษณ์ยังลั้ลลาอยู่ปกติ ทำงานอยู่ด้วยกันเช้า-เย็นยังเห็นคุยโทรศัพท์กันอยู่เลย อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ด้วยความที่กฤษณ์เป็นคนที่หน้าตายสุดๆ เลยไม่ค่อยได้รู้เรื่องกฤษณ์เลยจริงๆ ไม่ค่อยได้คุยเรื่องส่วนตัวกันเท่าไหร่ ก็ยังเห็นอยู่ด้วยกัน เขาเพิ่งไปปฏิบัติธรรมกับพี่ช่ามาที่นครนายก ไม่น่าที่จะเลิก”



ขณะที่ฝั่งแอนนี่นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ผู้บริหารอาร์เอสแถลงข่าว แอนนี่ได้เปลี่ยนเพลงรอสายในโทรศัพท์มือถือของตัวเองใหม่เป็นเพลง "โกหกหน้าตาย" ซึ่งท่อนฮุคของเพลงมีใจความว่า "จริงๆเธอนะเหรอ เธอรู้เต็มอก ไยจึงมาเพ้อพก โกหกหน้าตาย ใจนึงก็รัก จับจิตฝังใจ ใจนึงก็แสนจะแค้นเธอ"



ต่อมา แอนนี่ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่าจะไม่ตรวจ ดีเอ็นเอ และน่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้สำหรับทั้ง 2 ฝ่าย แต่ไม่บอกว่าจะยุติปัญหาดังกล่าวด้วยวิธีการใด


รายงานข่าวแจ้งว่าก่อนหน้าจะถูกพักงานฟิล์มยังอยู่ในระหว่างกำกับละครชุด บันทึกกรรมตอน "โค้งสุดท้าย" มีกำหนดแพร่ภาพทางช่อง 3 ซึ่งถ่ายทำไปเกือบจบแล้ว เหลืออีกแค่บางฉากซึ่งยังไม่ทราบว่าจะมีการถ่ายทำอีกเมื่อไหร่




นอกจากนี้ใน http://twitter.com/FilmFamily ยังมีข้อความจากฟิล์ม-รัฐภูมิมาถึงแฟนคลับที่ยังเป็นกำลังใจให้อย่างหนาแน่นว่า




"ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวฟิล์ม แล้วอย่าร้องไห้ เพราะว่าน้ำตาของทุกคนจะทำให้ผมอ่อนแอลง ตอนนี้ผมเข้มแข็งดี และขอให้รู้ไว้ว่าใจเราตรงกัน"


ทางด้านนางจันทร์คำ มีเลข มารดาของแอนนี่ กล่าวที่บ้านพักในอ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ภายหลังบริษัทอาร์เอสฯสั่งระงับงานฟิล์มทั้งหมดว่า รู้สึกสงสาร แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เป็นเพราะฟิล์มไม่ยอมไปตรวจดีเอ็นเอตั้งแต่แรกที่บุตรสาวตั้งท้อง ได้บอกกับลูกสาวให้เลิกติดต่อกับฟิล์มทันที เพราะเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้มีการตรวจดีเอ็นเอเกิดขึ้นอีกแล้ว ต่างคนต่างอยู่กันดีกว่า และจะบอกกับแอนนี่ว่าไม่ต้องไปเรียกร้องอะไร ให้จบๆกันไป และแยกทางกันเป็นดีที่สุด




"อยากวอนสังคมให้สงสารแอนนี่ อยากให้มีงานทำ และมีงานแสดงบ้าง จะได้มีรายได้นำเงินมารักษาดิฉันที่ป่วย และที่สำคัญที่สุดจะได้มีเงินเลี้ยงดูหลาน" นางจันทร์คำกล่าว


ผู้สื่อข่าวสระบุรี เดินทางไปยังบ้านสวนริมน้ำแม่น้ำป่าสัก ต.เมืองเก่า อ.เสาไห้ จ.สระบุรี บ้านพัก"ฟิล์ม รัฐภูมิ" เมื่อเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน แต่ไม่พบฟิล์ม มีเพียงนายเสริมศักดิ์ โตคงทรัพย์ อายุ 58 ปี หรือพ่อตุ๊ บิดาของฟิล์ม ออกมาต้อนรับพร้อมนำชมภายในบ้านที่จัดทำเป็นสวนสมุนไพร สวนผลไม้ริมแม่น้ำป่าสัก มีเรือเจ๊ตสกี สปีดโบ๊ท สกีน้ำ ที่ฟิล์มใช้เล่นในแม่น้ำป่าสักทุกครั้งที่กลับมาพักผ่อนบ้านสวนริมน้ำหลัง นี้


นายเสริมศักดิ์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเรื่องขึ้นมาก็ยังไม่ได้เจอกันเลย แต่ติดต่อกันทางโทรศัพท์ ล่าสุดฟิล์มมาที่บ้านสวนริมน้ำป่าสักแห่งนี้เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อร่วมงานทอดผ้าป่าวัดในหมู่บ้าน "ตอนนี้พ่อตุ๊ รู้สึกสงสารและเป็นห่วงลูก มาก แต่เชื่อว่าลูกจะสามารถแก้ปัญหาได้ เนื่องจากมีผู้ใหญ่คอยให้คำปรึกษาและดูแลอยู่ โดยเฉพาะบริษัทอาร์เอส.ต้นสังกัดของฟิล์ม แต่ก็ยอมรับว่าเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ฟิล์มเคยบอกว่ามีผู้หญิงโทรศัพท์มาบอกว่าท้องกับฟิล์มได้ 3 เดือน ก็รู้สึกตกใจเหมือนกันแต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร ก็ให้ฟิล์มดูแลและช่วยเหลือเบื้องต้น หลังจากนั้นเรื่องทั้งหมดก็เงียบไป กระทั่งมาเป็นข่าวหลังจากทราบว่าผู้หญิงคนดังกล่าวก็เป็นดาราเหมือนกัน"นาย เสริมศักดิ์กล่าว


นายเสริมศักดิ์กล่าวว่า รู้สึกสงสารเห็นใจทั้งฟิล์มและแอนนี่ ตอนนี้ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายอะไรได้มากนัก ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของต้นสังกัดและผู้จัดการส่วนตัว อย่างไรก็ตาม อยากให้ทั้งสองคนคิดและตรึกตรองใช้เหตุผล ไม่อยากให้ใช้อารมณ์และความรู้สึกเป็นการตัดสินใจ


"ผมและครอบครัวพร้อมจะรับผิดชอบและเลี้ยงดู หากแอนนี่จะเห็นแก่เด็กและทำความจริงให้ปรากฏ หากเป็นลูกของคนทั้งสองจริง ผมก็จะดีใจมาก เพราะอยากมีหลานอยู่แล้ว เนื่องจากเหงามาก พี่ชายของฟิล์มที่แต่งงานไปนานแล้ว ก็ยังไม่มีหลานให้ แต่ตอนนี้เป็นห่วงจิตใจของลูกชายมาก" พ่อฟิล์มกล่าว


ก่อนหน้านี้ เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ บิ๊กบอสค่ายอาร์เอส ต้นสังกัดของพระเอกนักร้อง ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ แถลงข่าวเมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 20 ก.ย. ถึงอนาคตการทำงานของนักร้องหนุ่ม หลังจากมีข่าวครึกโครมถึงความสัมพันธ์กับ แอนนี่ บรู๊ค ดาราสาว จนมีลูกชายวัย 3 เดือนด้วยกัน ว่า ส่วนตัวแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องของคนสองคนที่รู้ดีที่สุด ไม่มีอะไรซับซ้อน ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีใครรู้ความจริง มีแค่คนสองคนที่รู้ แต่ในความเห็นส่วนตัวแนะนำให้ตรวจดีเอ็นเอ ถ้าเป็นลูกฟิล์มจริงฝ่ายชายก็ต้องรับผิดชอบ




" อาร์เอสจะระงับงานของฟิล์มทุกชิ้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อให้ฟิล์มไปแก้ไขและจัดการปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้เรียบร้อยเสียก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน"




นายสุรชัย กล่าวว่า งานที่ฟิล์มถูกระงับมีหลักๆ 3 งาน คือ อัลบั้มล่าสุด เฟซทูเฟซ ที่ร่วมงานกับศิลปินเกาหลี บราวน์ อาย เกิร์ล รวมทั้งระงับคิวการถ่ายภาพยนตร์บางกอก กังฟู ซึ่งตนมีความคิดอาจเปลี่ยนตัวนักแสดงนำ และระงับการบินไปร่วมงานคอนเสิร์ตเอเชีย ซอง ที่ประเทศเกาหลี




ทั้งนี้ นายสุรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า หลัง จากแอนนี่แถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 ก.ย.) ฟิล์มได้โทรศัพท์มาหา โดยมีอาการเครียดมาก พร้อมกับร้องไห้ฟูมฟาย ขอโทษตนและขอโทษภรรยาของตน ตนก็ได้บอกว่า เป็นลูกผู้ชายกล้าทำก็ต้องกล้ารับ ตนก็ได้แนะนำให้ไปตรวจดีเอ็นเอ ส่วนทางฝ่ายหญิงจะตรวจหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องของเขา แต่เราต้องเดินหน้าทำความจริงให้กระจ่าง




“เมื่อวานได้โทรบอกเรื่องที่ระงับงานทั้งหมด ซึ่งฟิล์มก็ยอมรับในการตัดสินใจครั้งนี้” นายสุรชัย กล่าว




ประธานเจ้า หน้าที่บริหาร บมจ.อาร์เอส กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากเกิดเรื่องฟิล์มได้โทรศัพท์พูดคุยกับตนเป็นระยะ โดยฟิล์มยืนยันว่าที่แอนนี่แถลงข่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริงของฟิล์ม ซึ่งตนมองว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญ




เมื่อนักข่าวถามถึงอนาคตในวงการบันเทิงของนักร้องหนุ่ม นายสุรชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องของประชาชนตัดสินใจ ว่าจะให้โอกาสฟิล์มหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องของทางอาร์เอสตัดสินใจ แต่ส่วนตัวรู้สึกหนักใจ ส่วนเรื่องสัญญาฟิล์มกับอาร์เอสนั้นไม่ใช่ประเด็น ฟิล์มเป็นเหมือนลูกตน เช่นเดียวกับนักร้องอาร์เอสทุกคน ทำดีก็ชม ทำไม่ดีก็ติด ทำผิดก็ต้องตี



"เฮียฮ้อ"ทวิตเปรยผู้ชายทำให้เด็กออกมาต้องรับผิดชอบ



ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า หลังการแถลงข่าว เมื่อเวลา 14.00 น. นายสุรชัย ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ว่า "เรื่องของฟิล์ม-แอนนี่เป็นเรื่องส่วนตัวของ 2 คนไม่มีใครจะรู้ข้อเท็จจริงได้และจะเชื่อใครได้หรือ? ควรทำเรื่องราววันนี้ให้ดีถูกต้องเหมาะสมที่สุด ทำพลาดแล้วมีโอกาสแก้ไขต้องทำ ไม่ยากเลยเพียงแต่จะมีความจริงใจบริสุทธิ์ใจหรือไม่อย่าทำผิดซ้ำสร้างบาปให้ เด็ก อย่างน้อยเขาควรได้รู้ว่าใครเป็นพ่อ"




"ผู้ชายคนนึง หากมีส่วนทำให้เด็กคนนึงเกิดมาก็ควรต้องรับผิดชอบ แต่หากผู้ชายคนนึงต้องยอมรับสิ่งนี้โดยที่ยังคาใจก็น่าเห็นใจ ความจริงจะปกป้องทุกคน"



ที่มา : มติชน

คลังบทความของบล็อก

ข้อความใหม่ล่าสุด

 

Dara Today. Copyright 2008 All Rights Reserved Revolution Two Church theme by Brian Gardner Converted into Blogger Template by Bloganol dot com